Five Things Leaders Call "Strategy" (That Aren't)

สรุปบทความ: Five Things Leaders Call "Strategy" (That Aren't)

โดย Mélanie St-James และ Rob Frohman (2026)

ใจความหลัก: ผู้นำมักใช้ "ทางลัดเชิงกลยุทธ์" (strategic shortcuts) แทนกลยุทธ์จริง ทำให้แผนดูแข็งแรงแต่พังเมื่อเจอความจริงที่เปลี่ยนเร็ว ทีมถูกดึงไปหลายทิศทาง โฟกัสหาย ผลลัพธ์ตก

5 สิ่งที่ผู้นำเรียก "Strategy" แต่ไม่ใช่:

เป้าหมายทางการเงินทั่วไป — "รายได้โต 3 เท่าใน 2 ปี" — เป็นเป้า ไม่ใช่กลยุทธ์

แผนกลยุทธ์ — "กลยุทธ์ของเราคือทำตามแผน" — แผนไม่ใช่กลยุทธ์ (อ้าง Roger Martin)

ความคลุมเครือแบบครองโลก — "เป็นที่ 1" — ไม่บอกว่าจะชนะอย่างไร

พันธกิจ/วิสัยทัศน์ — "เราจะขับเคลื่อนโลก" — เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่ทางเลือก

ธีมเชิงกลยุทธ์ — "สร้างนวัตกรรม" / "ทำให้ลูกค้าประทับใจ" — กว้างเกินกว่าจะตัดสินใจ

นิยามกลยุทธ์ที่แท้จริง: สมมติฐานที่กระชับแต่ละเอียดว่า "ชัยชนะหน้าตาเป็นอย่างไร" รวมถึงสิ่งที่อยู่นอกการควบคุมและต้องเป็นจริง พร้อมตรรกะสำหรับการเลือกและแลก (trade-offs) ที่ยาก สมมติฐานนี้ต้องพิสูจน์หรือหักล้างด้วยข้อมูล

ประเด็นเสริม: ต้องประเมินระดับวุฒิภาวะการคิดเชิงกลยุทธ์ของทีมอย่างตรงไปตรงมา (มักถูกประเมินสูงเกิน) และสุขภาพทีมเป็นเงื่อนไขจำเป็นแยกต่างหาก กลยุทธ์เป็นกระบวนการวนซ้ำ ผู้นำทุกคนต้องปกป้องทางเลือกภายใต้แรงกดดันได้


ประยุกต์กับงานของท่าน (สพม.บุรีรัมย์ / ก.ต.ป.น. / NSM OIOS)

      1. ระวัง 5 ทางลัดในการนิเทศของเรา:
         "O-NET เพิ่ม 2.41 คะแนน" = เป้าหมาย ไม่ใช่กลยุทธ์ (เหมือนข้อ 1)

        "ทำตามแผนนิเทศ ภาคเรียนที่ 2/2568" = แผน ไม่ใช่กลยุทธ์ (ข้อ 2) — นี่ตรงกับข้อเสนอแนะข้อ 2 ของท่านพอดี: จาก "ตรวจว่ามีระบบหรือไม่" → "ผู้เรียนเปลี่ยนแปลงอย่างไร"

       "เป็นเขตอันดับ 1" = ความคลุมเครือ (ข้อ 3)

       "ZERO Dropout" = ถ้าเป็นแค่คำขวัญ = วิสัยทัศน์ ไม่ใช่กลยุทธ์ (ข้อ 4) — ต้องมีสมมติฐานว่าจะชนะอย่างไร + พิสูจน์ด้วยข้อมูล Attendance Rate / Dropout จริงที่ SOEL ยังขาดอยู่

       "Active Learning / PLC" = ธีม (ข้อ 5) — ต้องตอบว่าเลือกทำกับใคร ทำไม และแลกกับอะไร

      2. เขียนกลยุทธ์นิเทศเป็นสมมติฐานที่พิสูจน์ได้:
         ตัวอย่างตามกรอบบทความ: "เราจะชนะโดยลดนักเรียนกลุ่มเสี่ยงหลุด (attendance <85%) ด้วย Family Contact + Mentoring ภายใน 4 สัปดาห์ เพราะหลักฐาน SOEL บอกว่ากลุ่มนี้มี evidence_ids ชัดเจน สิ่งที่ต้องเป็นจริง: ผู้ปกครองตอบสนองภายใน 1 สัปดาห์ ถ้าข้อมูลหักล้าง เราเปลี่ยนวิธี"

      นี่คือสิ่งที่ SOEL + EWS + Precision Coaching ของท่านทำอยู่แล้ว — คือการเปลี่ยน "กลยุทธ์" จากคำขวัญให้เป็น hypothesis + evidence chain

      3. เชื่อมกับ SOEL: Evidence Chain (Evidence → Indicator → Need → Coaching → Response → Outcome) คือกลไก "prove or disprove with data" ที่บทความเรียกร้อง — PLC 3.784 ที่ไม่ยกระดับเป็น outcome คือการปฏิเสธ strategic shortcut ข้อ 2 อย่างเป็นรูปธรรม

      4. เรื่องทีม: ก่อนทำแผนปี 2569 ประเมิน strategic thinking maturity ของทีมนิเทศอย่างตรงไปตรงมา และแยก "team health" ออกจาก "strategy quality" ตามที่บทความเตือน

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมืองแฝก Model 2569: จากวินัยเชิงคุณธรรม สู่ความทะยานอยากทางวิชาการ (The Leap from Character to Competence)

พลังพลวัตแห่งข้อมูล : เปิดเบื้องหลัง “โรงเรียนสตึก” ผงาดขึ้นอันดับ 1 Top Lines Web Vitality บน NSM_BURIRAM 2026

คั่นหน้า : ท้ายที่สุดแล้ว ความหมายของชีวิตคืออะไร ???