ปลีกวิเวก
สมาธิเป็นสภาวจิตที่อยู่ตรงข้ามกับความฟุ้งซ่าน อุบายกำจัดความฟุ้งซ่านที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำ มีตั้งแต่กำจัดได้ชั่วคราวไปถึงความยั่งยืนถาวร
อุบายจะได้ประโยชน์ชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่ดับการเลือกปฏิบัติของผู้ประสงค์ฝึกจิตของตน
ในที่นี้ จะมุ่งกล่าวถึงประเด็นที่สอดคล้องกับข้อแลกเปลี่ยนจากเพื่อนกัลยาณมิตรท่านหนึ่งที่ถามว่า
"ถ้าเราคลุกคลี ใช้ชีวิตกับคนหมู่มากซึ่งต้องมีความวุ่นวายแน่นอน แต่ในความวุ่นวายนั้นเรายังมีคงสมาธิ มีความสงบในจิตของเรา เป็นไปได้ไหม เหมือนเราทำ 2 หน้าที่ในขณะเดียวกัน แต่จิตเราสามารถแยกแยะและทำหน้าที่ได้"
ผมขอแลกเปลี่ยนตามแนวทางของพุทธองค์ที่ทรงแนะนำว่า การอาศัยสัปปายะ เป็นอุบายหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมสมาธิได้
กล่าวคือ สัปปายะหมายถึง วัตถุ สิ่งของ สถานที่หรือบุคคลอันเป็นที่สบาย เหมาะสมกันในอันที่จะเกื้อกูลหรือเอื้ออำนวยต่อการประคองจิตให้ตั้งมั่น (สมาธิ) อยู่ในวิเวก ซึ่งมี 7 อย่างได้แก่
1. อาวาส หมายถึงที่อยู่อาศัยอันสงบ มีสิ่งแวดล้อมเงียบเชียบ
2. โคจร หมายถึงเส้นทางหาอาหาร สะดวกมีธรรมชาติโน้มน้าวให้ใฝ่สงบ
3. ภัสสะ หมายถึงเรื่องที่พูดคุยที่ส่งเสริมการปฏิบัติเหนี่ยวนำให้เกิดแรงบันดาลในใฝ่สงบ อยากทำความเพียร
4. บุคคล หมายถึงผู้เกี่ยวข้อง ช่วยให้จิตผ่องใสสงบมั่นคง
5. โภชนะ หมายถึงอาหาร มีปริมาณเพียงพอต่อการทำให้เกิดพลังวังชาในการปฏิบัติธรรม ไม่มากไม่น้อยเกินไป
6. อุตุ หมายถึงสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิ พอดีส่งเสริมการปฏิบัติ
7.อิริยาบท หมายถึง กิริยาท่าทีของเราเอง ที่เป็นผลสะท้อน เป็นปลายทางของการแสดงออกของจิต อยู่ในท่าทีที่ส่งเสริมให้สงบหรือไม่
เรามิอาจแสวงหาสัปปายะได้ครบทั้งหมด ในคราวเดียว จึงขึ้นอยู่กับว่า ในสถานการณ์หนึ่ง ๆ ที่เราเผชิญอยู่จะมีสิ่งใดเอื้อต่อการน้อมนำต่อการปฏิบัติอย่างไรบ้าง
วิธีง่าย ๆ สำหรับฆราวาสที่ยังไม่แก่กล้าในการฝึก คือการเอาใจออกมาจากสิ่งรบกวนทั้ง
หลาย เช่น..
-เจตนางดเว้นการบันเทิง
-งดเว้นการดูหนังฟังเพลง
-งดเว้นการเกลือกกลั้วกับคนช่วยฟุ้ง
-งดเว้นจากการกินเปรี้ยวหวานมันเค็มเอร็ดอร่อย
-งดเว้นการลูบไล้เครื่องหอม
-งดเว้นการนอนฟูกนุ่มสบาย
-ตลอดจนงดการร่วมประเวณี
สิ่งเหล่านี้ ถ้าห่างหาย (ปลีกวิเวก) ไปได้สัก 2-3 วัน จิตจะว่างจาก "ตัวกวน" ให้ขุ่นไปเยอะ....
แล้วความวุ่นวายกับสมาธิจะอยู่ในจิตดวงเดียวกัน (อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ) ได้หรือไม่ เพื่อนช่วยโยนิโสมนสิการครับ..
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น