บทบาทผู้นำโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้: บทเรียนจาก สพม.บุรีรัมย์สู่การขับเคลื่อนคุณภาพอย่างยั่งยืนตามแนวคิด SLM Summit 2025






บทนำ
    การประชุม School Leadership Matters (SLM) Summit 2025 ซึ่งจัดโดย Global School Leaders (GSL) และ UNESCO’s Global Education Monitoring (GEM) Report ได้เน้นย้ำถึงความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการเสริมสร้างศักยภาพผู้นำโรงเรียนกับการยกระดับคุณภาพการสอน การเรียนรู้ และความเท่าเทียม โดยเฉพาะในหัวข้อ "When School Leaders Lead for Learning, Every Child Has a Chance to Thrive" 
        บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปสาระสำคัญจากการประชุมดังกล่าว และเชื่อมโยงหลักการเข้ากับกรณีศึกษาความสำเร็จของ โรงเรียนมัธยมศึกษาทั้ง 66 แห่งในสังกัด สพม.บุรีรัมย์ ซึ่งสะท้อนหลักการ "When Data Speaks: Bridging to Evidence and Experience" พร้อมทั้งนำเสนอคำถามเชิงสร้างสรรค์เพื่อต่อ
ยอดความสำเร็จไปสู่การสำรวจแนวคิดที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนในอนาคต

1. สาระสำคัญจาก SLM Summit: ผู้นำที่ขับเคลื่อนด้วยการเรียนรู้
     การประชุม SLM Summit เน้นว่า ผู้นำโรงเรียนต้องเป็น ผู้นำทางวิชาการ (Instructional Leaders) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้โดยตรง (Global School Leaders, 2025)
      การสร้างวัฒนธรรมข้อมูล: ผู้นำที่ประสบความสำเร็จจะใช้ข้อมูล (Data) เพื่อการ วินิจฉัย (Diagnosis) และเป็นฐานในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ (UNESCO, 2025) เพื่อให้ทรัพยากรและการสนับสนุนเข้าถึงจุดที่จำเป็นที่สุด
       การส่งเสริมความเป็นผู้นำร่วม (Collective Leadership): ผู้นำต้องกระจายอำนาจความเป็นผู้นำไปยังครูและบุคลากรทุกคน สร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมในผลลัพธ์การเรียนรู้ (Leithwood & Sun, 2024)
       การลดความเหลื่อมล้ำ: ภารกิจหลักคือการลดความแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างโรงเรียน โดยใช้ระบบนิเทศที่เข้มแข็งเพื่อยกระดับโรงเรียนที่ด้อยโอกาสให้มีผลสัมฤทธิ์ทัดเทียมกับโรงเรียนชั้นนำ

2. กรณีศึกษา Best Practice สพม.บุรีรัมย์ : เมื่อข้อมูลบ่งชี้ถึงความสำเร็จ
     ผลการดำเนินงานของ โรงเรียนมัธยมศึกษาทั้ง 66 แห่งในสังกัด สพม.บุรีรัมย์ ในการติดตามและประเมินผลการนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ภาคเรียนที่ 1/2568 ได้แสดงถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงประสิทธิภาพของระบบการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยตัวเลขสถิติที่ได้รับการบันทึก บ่งชี้ความสำเร็จที่สำคัญดังนี้ (สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์, 2568):
      การลดความเหลื่อมล้ำระดับเขตพื้นที่: ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ลดลงอย่างมากจาก 0.194 เหลือเพียง 0.093 ในภาพรวมของทั้ง 66 โรงเรียน ซึ่ง "เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าระบบนิเทศและการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ประสบความสำเร็จ" ในการ ยกระดับและทำให้คุณภาพระหว่างโรงเรียนมีความใกล้เคียงกัน (Equitable Quality)
      ขนาดอิทธิพลที่ชัดเจน: ค่า Effect Size (d) ที่ 0.62 ซึ่งถือเป็นขนาดอิทธิพลระดับปานกลางถึงสูงตามเกณฑ์ของ Hattie (2009) แสดงให้เห็นว่ามาตรการและกิจกรรมการนิเทศที่นำมาใช้ในวงกว้างนั้น ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญต่อผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนทั้งเขตพื้นที่
      กลไกความสำเร็จเชิงผู้นำ: ความสำเร็จนี้มีรากฐานมาจาก การบริหารแบบผู้นำร่วม (Lead Collectively) และการเน้นการจัดการเรียนรู้สมัยใหม่ เช่น Active Learning ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นระบบ


การประชุม SLM : The Role of School Leaders in Strengthening FLN. 5 Nov 2025.


3. การต่อยอดผลลัพธ์: คำถามเชิงสร้างสรรค์เพื่อ Deep Exploration และ Testing the Impossible
     เพื่อให้ สพม.บุรีรัมย์ สามารถรักษาและต่อยอดความสำเร็จที่ครอบคลุมทั้ง 66 โรงเรียน จำเป็นต้องก้าวไปสู่การตั้งคำถามเชิงจินตนาการและการสำรวจอย่างลึกซึ้ง (Corwin, 2025)

     3.1 หมวดที่ 1: การสำรวจแนวคิดที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อน (Deep Exploration)
          1) การปรับใช้ Active Learning เชิงระบบ:
         "หาก สพม.บุรีรัมย์ ตัดสินใจใช้ Active Learning เป็นกลไกหลักในการวัดผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนในทุกรายวิชา (แทนการสอบแบบเดิม) ท่านจะออกแบบ ระบบการประเมินผล (Assessment System) และ Data Dashboard อย่างไร เพื่อให้สามารถวัด Effect Size ของครูและนักเรียนได้แบบเรียลไทม์ โดยไม่มีความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั้ง 66 แห่ง"   
         2)  การบูรณาการหลักสูตรข้ามศาสตร์:
             "จากความสำเร็จในการใช้ Project-based Learning โรงเรียนจะสามารถออกแบบ 'หลักสูตรเดียว' (Unified Curriculum) สำหรับชั้น ม.ปลาย ที่หลอมรวมวิชา STEM, ภาษา, และเศรษฐกิจพอเพียง เข้าไว้ในโครงงานขนาดใหญ่เพียงชิ้นเดียวได้อย่างไร เพื่อให้ผู้เรียนจบออกไปพร้อมกับ 'Portfolio อาชีพ' ที่ตอบโจทย์การอยู่รอดในศตวรรษที่ 21 ได้ทันทีในภาพรวมทั้ง 66 โรงเรียน"
         3)  ความยั่งยืนเชิงปัญญา (Intellectual Sustainability):
             "ด้วยผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมในปัจจุบัน สพม.บุรีรัมย์ จะสามารถรักษาสมรรถนะเด่น (การคิดขั้นสูง, การทำงานเป็นทีม) ให้คงอยู่ต่อไปอีก 10 ปีได้อย่างไร หากสมมติว่า AI เข้ามาทำหน้าที่เขียนแผนการสอนและการประเมินผลแทนครูไปแล้ว บทบาทหลักของครู ที่จะสร้างความแตกต่างให้กับผู้เรียนจะเป็นอะไรในบริบทของครู 66 โรงเรียน?"
   
     3.2 หมวดที่ 2: การทดลองกับแนวคิดที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ (Testing the Impossible)
          1)  การแก้ปัญหาความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง:
              "สมมติว่า สพม.บุรีรัมย์ ได้รับทุนจาก UNESCO ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ซับซ้อนที่สุดในพื้นที่ (เช่น การขาดแคลนน้ำ หรือการจัดการขยะพลาสติก) จงออกแบบ 'นวัตกรรมสุดขั้ว' (Radical Innovation) โดยใช้เทคโนโลยีที่ยังไม่มีอยู่จริง (Future Tech) เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้ฝึกสมรรถนะ การอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน และบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นศูนย์ (Zero Impact) ภายใน 3 ปี ทั่วทั้ง 66 โรงเรียน"
         2)  การสร้างโรงเรียนที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนทั้งหมด (Total Community School):
             "หากโรงเรียนเปิดรับ Community School Model อย่างสุดโต่ง จนกระทั่ง 50% ของบุคลากรผู้สอน ไม่ใช่ครูที่ได้รับใบอนุญาต แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญจากชุมชน (เช่น เกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ, ผู้ประกอบการ, ศิลปินท้องถิ่น) จงออกแบบโครงสร้างการบริหารจัดการ 'Lead Collectively' ที่รับประกันคุณภาพการศึกษาและผลสัมฤทธิ์ตามเกณฑ์ชาติได้เหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม ในภาพรวมของโรงเรียน 66 แห่ง"
        3) การวัดผลการเป็นพลเมือง (Measuring Citizenship):
           "จะทำอย่างไรให้ 'การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง' ซึ่งเป็นสมรรถนะที่ควรพัฒนา กลายเป็น ตัวชี้วัดความสำเร็จหลัก (Key Success Indicator) ของโรงเรียน? จงออกแบบ 'ระบบการเรียนรู้แบบคะแนนสะสม' (Gamified Learning System) ที่ให้คะแนนและรางวัลแก่นักเรียนตาม พฤติกรรมการมีส่วนร่วมทางสังคม (เช่น การแก้ปัญหาชุมชน, การตรวจสอบข้อเท็จจริง) แทนการให้คะแนนจากความรู้ในห้องเรียนและสามารถใช้ได้กับทั้ง 66 โรงเรียน"
   
สรุปและข้อเสนอแนะ
        ความสำเร็จของ สพม.บุรีรัมย์ ซึ่งสะท้อนผ่านการลดลงของค่า SD ในวงกว้าง เป็นเครื่องยืนยันถึงประสิทธิภาพของการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ที่มุ่งเน้นข้อมูลและผู้นำร่วม การตอบคำถามเชิงจินตนาการเหล่านี้จะช่วยให้ สพม.บุรีรัมย์ ก้าวข้ามความสำเร็จเชิงสถิติไปสู่การเป็น ผู้นำนวัตกรรม ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนและพลิกโฉมการศึกษาของประเทศไทย







บรรณานุกรม

Corwin. (2025). AI, Inquiry, and Imagination: Designing Student-Centered Learning. Education Week Webinar. (Accessed from corwin.com/webinar-details).

Global School Leaders. (2025). School Leadership Matters Summit 2025: Program and Key Findings. (Accessed from globalschoolleaders.org).

Hattie, J. (2009). Visible Learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. Routledge.

Leithwood, K., & Sun, J. (2024). How School Leadership Influences Student Learning: Updated Meta-Analysis. Educational Administration Quarterly.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. (2568). รายงาน การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568, เอกสาร สพม.บุรีรัมย์. ที่ 10/2568.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. (2568). รายงาน Best Practices ของสถานศึกษาในสังกัด. บุรีรัมย์: สพม.บุรีรัมย์.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สิ่งมีชีวิตไม่จำเป็นต้องตาย...

ครูอนุสรา ชวนรัมย์ (มัท)