เพื่อนคนสุดท้าย-คนแรก
อายุขัยมาพรากเพื่อนของเราไปอีกคนแล้วในวันนี้ (14 กรกฎาคม 2568)
สิริอายุของเธอเพียง 74 ปี
ในขณะที่อายุคาดเฉลี่ยของคนในสังคมไทยอยู่ที่ 75.2 ปีสำหรับผู้ชายและ 81.3 ปี สำหรับผู้หญิง (2567)
เธอไม่ใช่เพื่อนคนแรกที่ด่วนจากไป เพราะก่อนนั้นก็มีเพื่อนเดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว จำนวนไม่น้อย
และทุกครั้งที่มายังความเศร้าโศก ผองเพื่อนที่อยู่ข้างหลังต่างระดมกำลังช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์กันอย่างไม่ขาดสาย
เพื่อนที่ยังเหลืออยู่ จึงนับเป็นผู้มีอายุยืนยาวกว่า ซึ่งต่างก็หวังว่า จะไปเติมเต็มจำนวนที่มีวัยเกินอายุคาดเฉลี่ยให้มากขึ้น...
ศตวรรษิกชนไทย (อายุ 100 ปีขึ้นไป) มี จำนวน 36,315 คน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับประชากรทั้งหมด
ความยืนยาวของอายุขัยมีความสัมพันธ์กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างแนบแน่น
ในสังคมอเมริกัน ช่วงทศวรรษ 1970 คนที่อยู่ด้านบนของเศรษฐกิจ มีอายุเฉลี่ยมากกว่าคนที่อยู่ด้านล่าง 1.2 ปี ทศวรรษ 2000 ยาวขึ้นอีกกว่า 6 ปี และเมื่อ ค.ศ. 2018 คนรวยที่สุด 10 % มีอายุยืนยาวกว่าคนที่ยากจนที่สุด 10 % เป็นเวลา 13 ปี
ระบบประกันสังคมระดับโลกได้จัดตั้งขึ้นหลังภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกในปี 1930 คนที่รู้สึกถึงผลกระทบมากที่สุดคือ คนที่มีชีวิตเหลืออยู่ในช่วงทศวรรษสุดท้าย เพราะเงินออมเหลือน้อย ว่างงาน ความขัดสนรุนแรง ราวครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุ มีฐานะยากจน
ขณะนั้นคนอายุ 65 ปี จะพึ่งพาเงินประกันสังคมไปได้อีกราว 13 ปี ซึ่งคนทำงานอายุน้อย (ตั้งแต่ 21 ปี) จำนวนมากยอมจ่ายเงินเข้าระบบเพื่อสนับสนุนระบบประกันดังกล่าว ในขณะที่คนอเมริกันเพียง 7 % ที่มีอายุเกิน 65 ปี
ปัจจุบัน 3 ใน 4 ของชาวอเมริกัน ที่มีอายุยืนถึง 65 ปี และสามารถพึ่งพาเงินนั้นในชีวิตไปได้อีก ประมาณ 20 กว่าปี อัตราส่วนของคนทำงานต่อผู้รับประโยชน์คือ 3 ต่อ 1 ซึ่งไม่ยั่งยืน (ตามภาวะทางเศรษฐกิจ)
ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ถูกคาดคะเนว่า คนจะได้รับประโยชน์เล็กน้อยจากอายุขัย
สำหรับสังคมไทย จากข้อมูลที่ค้นพบ สภาวะการพึ่งพาระบบประกันสังคมของคนในสังคมไทยเป็นดังนี้
กองทุนประกันสังคมมีบทบาทหลักในการดูแลกลุ่มแรงงานจำนวนมากในประเทศไทย และคาดการณ์ว่าจะมีผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจะทำให้การพึ่งพาระบบประกันสังคมสูงขึ้นตามไปด้วย (Policy Watch)
อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนทางการเงินของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว เนื่องจากรายจ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่จำนวนผู้ประกันตนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช้าลง (Policy Watch)
ท้ายสุด มีข้อเสนอแนะให้มีการปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนและอัตราเงินสมทบเพื่อแก้ไขปัญหานี้ (Policy Watch)
ระบบประกันสังคมมีความเกื้อกูลกันใน 2 มิติคือ ด้านเศรษฐศาสตร์กับศีลธรรม
ในระบบสังคมของเรา มีความเกื้อกูลกันเป็นวิถีของชุมชนมาแต่ไหนแต่ไร โดยไม่ได้เริ่มต้นจากหลักเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นหลักศีลธรรม
แต่กระนั้น เมื่อสังคมพัฒนาไปทุกด้าน ความเป็นระบบระเบียบก็ถูกนำมาใช้เพื่อให้เกิดความเสมอภาค ทัดเทียมและเป็นธรรมกับมวลสมาชิก ตามหลักการพื้นฐานเดิมคือ ความมีศีลธรรม
จากกลุ่มจึงกลายเป็นชมรม เป็นสมาคม เป็นกองทุน ฯลฯ โดยมีหลักเศรษฐศาสตร์ควบคู่ไปด้วยกัน...
โมเดลเศรษฐศาสตร์สำหรับโลกที่คนอยู่จนเลยวัยเกษียณแบบเดิมไปอีก 40 ปีหรือมากกว่านั้นมีหรือไม่
คนจำนวนมากยอมจ่ายเงินเพื่อคนอายุสั้น ส่วนคนอายุยืนจะได้รับประโยชน์จากกลุ่ม น้อยลงไปเรื่อย ๆ หากไม่มีการเติมสมาชิกรายใหม่เข้ามาทดแทน..
มุมมองทางเศรษฐศาสตร์ ที่เห็นเป็นตัวเลข จะเห็นได้ชัดเจนว่า ถ้าคนที่มีอายุยืนหดหายไปเรื่อย ๆ จะผลักดันให้กำลังเงินเฉื่อยชาลงไปได้เช่นกัน
มุมมองด้านตัวเลขดังกล่าว อาจทำให้พลังทางศีลธรรมเบี่ยงเบนไปจากนิยามดั้งเดิม เพราะจะทำให้เห็นความไม่เสมอภาค ทัดเทียมและเป็นธรรมสำหรับคนอายุยืนจำนวนน้อย ที่ร่อยหรอ โดดเดี่ยว และมีชีวิตจนเหลืออยู่เป็นคนสุดท้ายเพียงคนเดียว....
ใครจะเป็นคนสุดท้าย เป็นคนแรกในกลุ่ม ฯ ของพวกเราครับ.......
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น