สงคราม (War)
ที่สุดของความก้าวร้าวคือ สงคราม....
ทั้งที่รู้ว่า ผลแห่งสงครามคือ หายนะ แต่มนุษย์ (ในบางครั้ง) ก็เลือกที่จะหักหาญกันด้วยความรุนแรง..
พฤติกรรมเช่นนี้ เกิดขึ้นเคียงคู่สังคมมนุษย์มาตั้งแต่ครั้งบุพกาล
โรเบิร์ต เอ็ม ซาโพลสกี้ กล่าวไว้ในหนังสือ BEHAVIOR ชีววิทยาของมนุษย์ ในมุมมองของประสาทวิทยาที่อธิบายถึงเบื้องหลังพฤติกรรมของมนุษย์ว่า....
ฮอร์โมนส่งอิทธิพลต่อพฤติกรรมที่ด้านบวกและด้านลบของเราอย่างไร ?
ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรลในไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมองและลูกอัณฑะ มีผลกระทบต่อเซลล์ทั่วร่างกาย รวมถึงเซลล์ประสาท เป็นสาเหตุของความก้าวร้าวในตัวมนุษย์
แต่ใช่ว่า ความก้าวร้าวจะเป็นผลของเทสโทสเทอโรลเสียทั้งหมด เพราะจากการศึกษาพบว่า ความก้าวร้าวโดยทั่วไป เป็นการเรียนรู้ทางสังคมมากกว่า และโดยรวมแล้วระดับที่แตกต่างกันของฮอร์โมนดังกล่าว ไม่อาจอธิบายว่า ทำไมบางคนจึงก้าวร้าวมากกว่าคนอื่น เช่นนั้นแล้ว เทสโทสเทอโรลมีผลอย่างไรต่อพฤติกรรมกันแน่
เทสโทสเทอโรล ช่วยเพิ่มความมั่นใจและการมองโลกในแง่ดี ในขณะเดียวกันมันอาจทำให้ผู้คนมั่นใจและมองโลกในแง่ดีมากเกินไป จนทำให้เราอวดดี ถือตัวและหลงตัวเอง...
ฮอร์โมนชนิดนี้ ยังเพิ่มความหุนหันพลันแล่นและกล้าได้กล้าเสียให้แก่ผู้คนอีกด้วย
แน่นอนว่า การเป็นคนไม่เกรงกลัว มั่นใจเกินเหตุ และมองโลกในแง่ดี มันทำให้รู้สึกพึงพอใจ...
ผลกระทบของเทสโทสเทอโรลที่มีต่อพฤติกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ตีความได้หลายรูปแบบ โดยรวมแล้ว จึงขึ้นอยู่กับบริบทเป็นอย่างมาก
อีกฟากหนึ่งเซลล์ประสาทไฮโปทาลามิกสร้างฮอร์โมนออกซิโทซินและวาโซเพรสซิน (นิวโรเปปไทด์) ไปยังต่อมใต้สมองส่วนหลัง แล้วเข้าสู่กระแสเลือด
ออกซิโทซินทำให้เกิดพฤติกรรมส่งเสริมสังคมและจะหลั่งออกมาเมื่อเราได้ประสบกับพฤติกรรมที่ส่งเสริมสังคม กล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า เป็นวงจรผลสะท้อนกลับเชิงบวก ที่ให้เกิดความอบอุ่นและเบาสบาย...
แต่ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้นเสมอไป สำหรับคนแปลกหน้าหรือบุคคลนิรนาม ออกซิโทซิน จะลดระดับความร่วมมือและเพิ่มระดับความอิจฉาเวลาที่เกิดโชคร้าย และเพิ่มระดับความลิงโลดเวลาโชคเข้าข้าง
นอกจากนี้ ออกซิโทซินยังส่งเสริมสังคมเฉพาะที่เป็น "พวกเรา" และปฏิบัติแย่ ๆ ต่อคนอื่น คำว่า "พวกเรา" นี้จึงมีนัยยะอย่างยิ่งต่อความนิยม "ชาติพันธุ์"
โดยสรุปคือ ฮอร์โมนดังกล่าวการกระทำของมันขึ้นกับบริบทเป็นอย่างมากว่า คุณเป็นใคร สิ่งแวดล้อมของคุณเป็นอย่างไรและบุคคลคนนั้นเป็นใคร
ในช่วงเวลาหลายนาทีหรือชั่วโมงก่อนหน้าพฤติกรรมต่าง ๆ ผลกระทบจากฮอร์โมน (ทัั้้งด้านบวกและด้านลบ) ส่วนมาก อาจเกิดขึ้นตามบริบทและมีลักษณะเป็นการเอื้ออำนวยเฉยๆ ไม่ใช่สาเหตุโดยตรง
ฮอร์โมนไม่ตัดสิน ไม่ออกคำสั่ง ไม่เป็นสาเหตุ หรือสร้างพฤติกรรมใดของเรา แต่มันทำให้ไวต่อสิ่งกระตุ้นทางสังคม ซึ่งอาจก่อพฤติกรรมที่ท่วมท้น ด้วยอารมณ์และอาจขับเน้นแนวโน้มด้านนั้น ๆ ที่เรามีอยู่แล้ว ให้ใหญ่โตเด่นชัด
แล้วแนวโน้มที่มีอยู่แล้วมันมาจากไหนน่ะหรือ...?
อ้างอิง:
Robert M. Sapolsky. (2568). BEHAVIOR. [ผู้แปล: เขมลักขณ์ ดีประวัติ]. กรุงเทพฯ: โซเฟีย อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น