การสะท้อนผลรายงานผลการพัฒนาตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ของนายกิตติพล ธรรมโหร..
การสะท้อนผลรายงานผลการพัฒนาตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA ) ของนายกิตติพล ธรรมโหร
เอกสารฉบับนี้คือ รายงานผลการพัฒนาตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ซึ่งจัดทำโดย นายกิตติพล ธรรมโหร ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพม. บุรีรัมย์
รายงานครอบคลุม การออกแบบและจัดทำแผนการนิเทศ การคัดสรร สร้าง พัฒนาสื่อและเทคโนโลยี การนิเทศให้คำปรึกษา การพัฒนางานวิชาการ การประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ การติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ตลอดจนการรายงานผลการนิเทศ
วัตถุประสงค์หลัก คือการแสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องของผลการดำเนินงานกับตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ โดยเน้นการพัฒนาคุณภาพครู ผู้เรียน และสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม มีการนำเสนอข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น ร้อยละของสถานศึกษาที่ได้รับการนิเทศและจำนวนศูนย์พัฒนาวิชาการที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว.
สาระสำคัญ: เพื่อให้เข้าใจบทบาทของ ศน. ความท้าทาย ความสำเร็จ ในการขับเคลื่อนการศึกษาในบริบทของจังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2568 (ต.ค. 67- ก.ย. 68) ตามกลไกของ กคศ. เพื่อแสดงความเป็นผู้นำทางวิชาการ ริเริ่มการพัฒนา เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ให้แก่โรงเรียน ครูและนักเรียน
บทบาทของ ศน. : การนิเทศการศึกษาที่ครอบคลุม การวางแผน / สร้างเครื่องมือ /ลงมือทำ /และรายงานผล (ทั้งหมดเป็นหัวใจหลัก)
เอกสารชิ้นนี้ มีการรายงาน การวางแผนอย่างเป็นระบบคือ ศึกษาแนวนโยบายจากส่วนกลาง "เรียนดี มีความสุข" และต่อยอดเป็น "เรียนดี มีคุณธรรม" รวมทั้งวิสัยทัศน์ของ สพม.บร. เพื่อนำมาออกแบบการนิเทศ ที่เหมาะสมกับโรงเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มสหวิทยาเขตพุทไธสง..
สรุปผลลัพธ์ : ที่โดดเด่นคือ ผลงานส่วนใหญ่ทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น
1. การลงพื้นที่โรงเรียนเพื่อนิเทศ ทำได้ครบร้อยละ 100 จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ ร้อยละ 90
2. การพัฒนาระบบการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ได้จัดทำและพัฒนาคู่มือในรูปแบบไฟล์ เอกสารที่โรงเรียนนำไปใช้ได้สะดวกยิ่งขึ้น
3. การปรับเปลี่ยนรูปแบบการติดตามเป็นแบบออนไลน์ ทำให้ติดตามได้ครบทุกโรงเรียนจำนวน 66 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 100 ในภาคเรียนที่ 1/2568 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ร้อยละ 90
4. ผลการดำเนินงานทั้ง 4 ด้านของโรงเรียนในภาเรียนที่ 2/2567 มีค่าเฉลี่ย 4.75 (คะแนนเต็ม 5) และติดตามได้ครบ ร้อยละ 100 แสดงให้เห็นถึงระดับคุณภาพดีมาก
5. การสร้างสื่อ นวัตกรรม ประกอบด้วยการใช้หลักพหุปัญญา และซอฟต์พาวเวอร์ มาพัฒนาเป็นคู่มือการสงเสริมการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ ด้วยกิจกรรมพหุปัญญาและซอฟต์พาวเวอร์ เป็นการใช้พลังทางวัฒนธรรม มาสร้างมูลค่า นำหลักการเหบ่ารี้มาปรับใข้ในการเรียนการสอนได้จริง ผลลัพธ์คือ โรงเรียนทั้ง 66 แห่งนำคู่มือไปใช้ร้อยละ 100 เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ คือ ร้อยละ 90 โดยจัดส่งให้ทั้งโดยระบบราชการและทางออนไลน์ มีคิวอาร์โค๊ดให้สแกนเข้าถึงโดยง่าย
6. การใช้เทคโนโลยีอื่น ๆ ได้มีการพัฒนา เว็บไซด์ ก.ต.ป.น. รายงานผลงานของ ศน. รายบุคคล ที่โรงเรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ร้อยละ 100 เป็นการใช้ระบบดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทฑิภาพการสื่อสารได้เป็นอย่างดี
7. การลงพื้นที่นิเทศแบบออนไซด์ ได้ลงพื้รที่ให้คำแนะนำ เป็นพี่เลี้ยงให้ครูและโรงเรียนในสหวิทยาเขตพุทไธสงทั้ง 7 แห่ง เกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ เข่น
- การเตรียมความพร้อมการเปิดเรียน
- การนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษามาปรับใช้
- การสอนประวัติศาสตร์และหน้าที่พลเมือง
- โครงการสุขาดีมีความสุข
- เรื่องความปลอดภัยในโรงเรียน
- แนวคิด No Child Left Behind
ผลลัพธ์คือ โรงเรียนได้รับการนิเทศครบร้อยละ 100
8. การพัฒนาครู (โดยตรง)
ได้ดำเนินการผ่านกลไกที่เรียกว่า ศูนย์พัฒนาวิชาการ กลุ่มสาระการเรียนรู้และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มี 6 ศูนย์ ครอบคลุมวิชาต่าง ๆ โดยทำหน้าที่ประสานงานและนิเทศศูนย์เหล่านี้ โดยจัดให้มีกิจกรรมพัฒนาครู ผ่านการอบรม ที่ทำได้เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 80 ตัวอย่างเช่น
การอบรมการใช้ AI ช่วยสอนสำหรับครูวิทยาศาสตร์ ครูแนะแนว ครูภาษาต่างประเทศ ครูคณิตศาสตร์ ศิลปะ สังคมศึกษา( เศรษฐกิจพอเพียง) กิจกรรมชุมนุม สุขศึกษา คึตมวยไทย การอบรมภาษาไทยเตรียมสอบ PISA การพัฒนาหลักสูตรการงานอาชีพ ครอบคลุมทักษะ และแนวคิดใหม่ ๆ ด้วย
สรุปโดยรวมแล้วผลลัพธ์ที่ได้พบว่า โรงเรียนใน 8 สหวิทยาเขต ร้อยละ 89 มีครูและสถานศึกษา ได้รับการยอมรับว่าเป็นโรงเรียนต้นแบบ การนำพหุปัญญาและซอฟต์พาวเวอร์ไปใช้ได้จริง สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้คือ ร้อยละ 60 นอกจากนี้ยังมีคิวอาร์โค๊ด สแกนให้ดูผลงานของโรงเรียนต้รแบบได้ด้วย นับเป็นความสำเร็จที่สูงมาก
การพัฒนาตนเอง
มีการพัฒนาตนเองหลายด้าน เช่น
1. ทักษะการนิเทศแบบ Coaching and Mentoring
2. การศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง พหุปัญญาและซอฟต์พาวเวอร์
3. การเรียนรู้เรื่อง ก.ต.ป.น. เพื่อพัฒนาเครื่องมือให้ดีขึ้น
4. การพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ แบะดิจิทัล เพื่อสนับสนุนการสอนภาษาอังกฤษแบะสร้างเว็บไซต์ต่าง ๆ
ผลลัพธ์ : การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพและคุณภาพของการนิเทศและการสนับสนุนโรงเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ยังมีการนำความรู้ไปแบ่งปัน ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่น เช่น PLC หรือชุมชนเรียนรู้ทางวิชาชีพ เช่น เป็นวิทยากร เรื่องพหุปํญญาและซอฟต์พาวเวอร์ ผู้เรียนร้อยละ 95 มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด การถ่ายทอดความรู้ทำได้ดีเยี่ยม
สรุปในส่วนที่ 1 ที่เป็นผลงานตามบทบาทหน้าที่ที่ทำได้ดีมาก บรรลุเป้าหมาย ส่วนใหญ่เกินเป้าหมายมาก มีการนำนโยบายไปปฏิบัติ สร้างนวัตกรรม พัฒนาครูและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เป็นการทำงานที่ครบวงจรและมีผลลัพธ์เชิงปริมาณที่ชัดเจนมาก....
ส่วนที่ 2 ประเด็นท้าทาย..
รายละเอียดในคลิปเสียง (ดังแนบ)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น