ความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของโรงเรียนในประเทศไทย: แนวทางเชิงระบบสำหรับการประเมินเจตนารมณ์และการดำเนินงานของนโยบาย


    งานวิจัยชิ้นนี้จาก "ธนาคารโลก"มุ่งสำรวจปัญหาการศึกษาไทยผ่านมิติ "ความเป็นอิสระและความรับผิดชอบ" ของสถานศึกษาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
       ผู้วิจัยได้นำกรอบแนวคิด "SABER"  มาวิเคราะห์เพื่อหา**ส่วนต่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติจริง** โดยใช้ข้อมูลจากการสำรวจผู้อำนวยการโรงเรียนที่เข้าร่วมการทดสอบ "PISA"  เป็นหลัก 
       ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแม้โรงเรียนจะมี "ความยืดหยุ่นในการบริหารงานบุคคล" สูงกว่าที่กฎหมายระบุไว้ แต่ระบบ "การประเมินผลนักเรียน" ยังคงต้องการการพัฒนาทั้งในด้านความเที่ยงตรงและคุณภาพของเนื้อหา 
       นอกจากนี้ ข้อมูลยังยืนยันว่าการให้อำนาจตัดสินใจแก่โรงเรียนควบคู่ไปกับ "กลไกการตรวจสอบ" ที่เข้มงวด ส่งผลเชิงบวกโดยตรงต่อ "คะแนนสอบของนักเรียน" อย่างมีนัยสำคัญ
       ข้อสรุปจึงเสนอให้มีการเชื่อมโยงผลการประเมินเข้ากับการสร้าง "ความรับผิดชอบของสถานศึกษา" อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่หยุดนิ่ง

ความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของโรงเรียนในประเทศไทย: แนวทางเชิงระบบสำหรับการประเมินเจตนารมณ์และการดำเนินงานของนโยบาย (School Autonomy and Accountability in Thailand : A Systems Approach for Assessing Policy Intent and Implementation)

uthor(s)
Arcia, Gustavo
MacDonald, Kevin
Patrinos, Harry Anthony

Published
2014-08

World Bank Group. 

บทคัดย่อ

ประเทศไทยมีความเห็นพ้องร่วมกันในระดับนโยบายถึงความจำเป็นในการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับกลุ่มประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูงในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดจากโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (PISA) ชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนไทยยังไม่มีการพัฒนาที่ชัดเจนนัก งานวิจัยฉบับนี้จึงประยุกต์ใช้แนวทาง Systems Approach for Better Education Results (SABER) ของธนาคารโลก เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่าง ความมุ่งหมายของนโยบาย (Policy Intent) และ การนำนโยบายไปปฏิบัติจริง (Policy Implementation) ในมิติด้านความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของสถานศึกษา (School Autonomy and Accountability)

ผู้วิจัยได้รวบรวมข้อมูลการปฏิบัติงานผ่านการสำรวจผู้อำนวยการโรงเรียนที่เข้าร่วมการประเมิน PISA และนำชุดข้อมูลมาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อหาช่องว่าง (Gap) ระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ รวมถึงวิเคราะห์อิทธิพลของช่องว่างดังกล่าวที่มีต่อผลลัพธ์ทางการศึกษาโดยมีการควบคุมตัวแปรต้นที่เกี่ยวข้อง

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Highlights)
     ความลักลั่นของนโยบาย: พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างตัวชี้วัด SABER ในส่วนของความมุ่งหมายเชิงนโยบายและการนำไปปฏิบัติจริงในทุกมิติที่ทำการประเมิน
     ความเป็นอิสระในการบริหารสถานศึกษา: ในภาคปฏิบัติ โรงเรียนไทยมีการบริหารงานบุคคลที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่าที่ระบุไว้ในตัวบทนโยบาย
    คุณภาพการประเมินผล: ระบบการประเมินผลนักเรียนยังมีความจำเป็นต้องปรับปรุงในด้านเนื้อหา (Content), ความเชื่อมั่น (Reliability) และความเที่ยงตรง (Validity)
     กลไกความรับผิดชอบ: ควรมีการพัฒนาระบบการตีความผลคะแนนการประเมินนักเรียน เพื่อนำมาสร้างกลไกความรับผิดชอบ (Accountability) ของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
     ความสัมพันธ์เชิงบวก: ผลการวิเคราะห์ยืนยันว่า ความเป็นอิสระและความรับผิดชอบของโรงเรียน มีความสัมพันธ์เชิงบวกต่อคะแนนสอบ PISA อย่างมีนัยสำคัญ




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สิ่งมีชีวิตไม่จำเป็นต้องตาย...

บทบาทผู้นำโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้: บทเรียนจาก สพม.บุรีรัมย์สู่การขับเคลื่อนคุณภาพอย่างยั่งยืนตามแนวคิด SLM Summit 2025

ครูอนุสรา ชวนรัมย์ (มัท)