การสร้างชุดความคิด (Mindset) ในโลกแห่งการเปลี่ยนผ่านของปัญญาประดิษฐ์

การสร้างชุดความคิด (Mindset) ในโลกแห่งการเปลี่ยนผ่านของปัญญาประดิษฐ์
      ในทศวรรษปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเสริมในการทำงานอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างสังคมและเศรษฐกิจ ความรวดเร็วของการพัฒนาเทคโนโลยีตั้งแต่ Generative AI ไปจนถึงการก้าวเข้าสู่ยุค AI Agents ส่งผลให้ความรู้และทักษะเฉพาะทาง (Hard Skills) มีอายุขัยที่สั้นลง (Short half-life of skills) ดังนั้น การสร้าง "ชุดความคิด" หรือ Mindset ที่เหมาะสมจึงกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จและความอยู่รอดในศตวรรษที่ 21

1. จากการต่อต้านสู่ความสงสัยใคร่รู้ (From Resistance to Curiosity)
    ก้าวแรกที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนผ่านจาก Fixed Mindset ที่มองว่า AI คือภัยคุกคามหรือปัจจัยที่จะมาทดแทนมนุษย์ (Replacement) ไปสู่การเป็น Growth Mindset ที่ขับเคลื่อนด้วยความสงสัยใคร่รู้ (Curiosity) Malloy (2025) ได้นำเสนอแนวคิดว่า ความกลัวมักเกิดจากความไม่รู้ การที่มนุษย์มีทัศนคติแบบ "ผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต" (Lifelong Learner) จะช่วยให้เรามอง AI เป็นผู้ช่วยที่ช่วยขยายศักยภาพ (Augmentation) มากกว่าการเป็นคู่แข่ง

2. การเรียนรู้แบบวนซ้ำและการทดลองจริง (Iterative Learning and Experimentation)
    ในโลกที่ AI มีการอัปเดตรายสัปดาห์ การเรียนรู้ภาคทฤษฎีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ชุดความคิดแบบ "Iterative Learning" หรือการเรียนรู้ผ่านการลองผิดลองถูก (Learning by doing) เป็นสิ่งจำเป็น มนุษย์ต้องกล้าที่จะทดลองใช้เครื่องมือใหม่ๆ โดยไม่ต้องรอให้เกิดความเชี่ยวชาญสูงสุด แต่เน้นการปรับตัวตามข้อมูลป้อนกลับ (Feedback Loop) ที่ได้จากการใช้งานจริง เพื่อทำความเข้าใจขอบเขตความสามารถ (Capabilities) และข้อจำกัด (Limitations) ของเทคโนโลยี

3. มนุษย์เป็นศูนย์กลางการตรวจสอบ (Human-in-the-Loop)
    แม้ AI จะสามารถผลิตเนื้อหาหรือแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างรวดเร็ว แต่ "วิจารณญาณ" (Judgment) และ "ความฉลาดทางอารมณ์" (Emotional Intelligence) ยังคงเป็นเอกสิทธิ์ของมนุษย์ ชุดความคิดที่เน้นความสำคัญของมนุษย์ในกระบวนการตัดสินใจ (Human-in-the-Loop) จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความเอนเอียง (Bias) หรือข้อผิดพลาดของ AI (Hallucination) การสร้างคุณค่าในงานยุค AI จึงไม่ใช่การทำงานแข่งกับความเร็ว แต่คือการใส่ "รสนิยม" (Taste) และ "จริยธรรม" (Ethics) ลงไปในผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น

4. การมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่าเครื่องมือ (Value-Centric Mindset)
    ท่ามกลางกระแสการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ มนุษย์มักหลงทางไปกับการวิ่งตามเทคโนโลยี (Tool-centric) ชุดความคิดที่ควรสร้างคือการยึดเป้าหมายและปัญหาเป็นที่ตั้ง (Problem-centric) แล้วจึงพิจารณาว่า AI ตัวใดสามารถตอบโจทย์การสร้างคุณค่า (Value Creation) ได้ดีที่สุด การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับโจทย์จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี แต่เป็นนายที่ควบคุมเทคโนโลยีเพื่อผลิตผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

สรุป
      การสร้างชุดความคิดสำหรับโลกยุค AI ไม่ใช่การละทิ้งความเป็นมนุษย์ แต่เป็นการเสริมสร้างความเป็นมนุษย์ให้แข็งแกร่งขึ้นผ่านความยืดหยุ่น การเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด และการใช้ศักยภาพของ AI มาเป็นคานดีดเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยทำได้ในอดีต ดังที่ผลการประเมินระดับชาติจาก UNESCO (2025) ได้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในด้านการศึกษาจะมีความล่าช้า แต่หากเราสามารถบ่มเพาะ Mindset ที่ถูกต้องให้กับคนรุ่นใหม่ได้ ช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีและมนุษย์ก็จะกลายเป็นพื้นที่แห่งโอกาสใหม่ที่ยั่งยืน





รายการอ้างอิง (References)

Malloy, M. (2025, September 10). AI updates you need and mindsets that matter more. Substack. https://micamalloy.substack.com

UNESCO. (2025). SDG 4 Scorecard 2025: Progress report on national benchmarks for Sustainable Development Goal 4. UNESCO Publishing.

World Economic Forum. (2023). The Future of Jobs Report 2023. World Economic Forum.



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Transformative Learning: Reflections on 40 Years of Head, Heart, and Hands at โรงเรียนธารทองพิทยาคม

การถกเถียงเรื่องโรงเรียนขนาดเล็กจบลงที่โรงเรียนเมืองแฝกพิทยาคม (The Small Schools Debate Ends at MFP School)

สิ่งมีชีวิตไม่จำเป็นต้องตาย...