ถอดบทเรียน : งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกับการโค้ช (Coaching) เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)"
บทคัดย่อ
งานวิจัยของ "นายจิรพันธ์ จรัสพันธ์" มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่าน "การพัฒนาสมรรถนะครู" ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ "Active Learning" ณ โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา
กระบวนการศึกษานี้ใช้การบูรณาการระหว่าง "ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)" เพื่อสร้างความร่วมมือ และ "ระบบการโค้ช (Coaching)" เพื่อให้คำแนะนำในการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด
โครงสร้างงานวิจัยดำเนินตามรูปแบบ "วิจัยและพัฒนา (R&D)" ที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาไปจนถึงการประเมินผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" ในการเรียนรู้เพื่อสร้างทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21
ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการสร้าง "โมเดลการบริหารวิชาการ" ที่เข้มแข็งและยั่งยืนภายใต้บริบทการพัฒนาโรงเรียนเป็นฐาน
หัวข้องานวิจัยที่มีความสำคัญและทันสมัยต่อการพัฒนาการศึกษาในศตวรรษที่ 21
งานวิจัยเรื่อง "การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ร่วมกับการโค้ช (Coaching) เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning)" ของท่านผู้วิจัย นายจิรพันธ์ จรัสพันธ์ สามารถจำแนกรายละเอียดตามโครงสร้างงานวิจัยเชิงพัฒนา (R&D) ได้ดังนี้
1. ความเป็นมาและความสำคัญ
ในบริบทของโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา การจะยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหานั้น การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) คือกุญแจสำคัญ แต่ปัญหาที่มักพบคือครูยังขาดความมั่นใจหรือทักษะในการออกแบบกิจกรรม งานวิจัยนี้จึงเลือกใช้:
PLC: เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงานร่วมกัน ไม่โดดเดี่ยว
Coaching: เพื่อให้คำแนะนำแบบตัวต่อตัวและสะท้อนผลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด
2. วัตถุประสงค์การวิจัย
2.1 เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
2.2 เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบ PLC ร่วมกับการโค้ชที่มีประสิทธิภาพ
2.3 เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาที่สร้างขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย (ครูในโรงเรียน)
2.4 เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบ ทั้งในด้านสมรรถนะครูและผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับนักเรียน
3. กรอบแนวคิดและกระบวนการพัฒนา (Research Methodology)
โดยทั่วไปงานวิจัยเชิงพัฒนาในลักษณะนี้มักใช้โมเดลการทำงานแบบ ADDIE หรือ R&D 4 ขั้นตอน ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: การวิเคราะห์ (Analysis)
- สำรวจปัญหาการจัดการเรียนรู้ในโรงเรียน
- วิเคราะห์สมรรถนะครูรายบุคคลด้าน Active Learning
ขั้นตอนที่ 2: การออกแบบและพัฒนา (Design & Development)
- ยกร่างรูปแบบ (Model) ซึ่งอาจประกอบด้วยวงจร Plan-Do-Check-Act (PDCA)
- ผสานกิจกรรม PLC เช่น การร่วมกันออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ (Lesson Study)
- กำหนดกระบวนการโค้ช เช่น การสังเกตการสอน (Classroom Observation) และการให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback)
ขั้นตอนที่ 3: การทดลองใช้ (Implementation)
- นำรูปแบบไปใช้กับครูโรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา ตลอดปีการศึกษา 2567
- ใช้เครื่องมือบันทึกการเรียนรู้และการสะท้อนคิด (AAR - After Action Review)
ขั้นตอนที่ 4: การประเมินผล (Evaluation)
- ประเมินสมรรถนะครู (ทักษะการออกแบบแผน, การจัดกิจกรรมในห้องเรียน)
- วัดระดับความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบการพัฒนา
4. นิยามศัพท์เฉพาะที่น่าสนใจ
- สมรรถนะครูด้าน Active Learning: ความสามารถในการเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้สอน" เป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" (Facilitator) และการเลือกใช้เทคนิคเช่น Project-based Learning หรือ Game-based Learning
- ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC): กลุ่มครูที่รวมตัวกันเพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนโดยใช้ฐานข้อมูลจริง
- การโค้ช (Coaching): กระบวนการที่รองผู้อำนวยการหรือหัวหน้ากลุ่มสาระฯ ช่วยกระตุ้นให้ครูค้นพบวิธีการสอนที่ดีที่สุดด้วยตัวเอง
5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ระดับครู: มีความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกที่น่าสนใจและได้มาตรฐาน
ระดับผู้บริหาร: ได้รูปแบบการบริหารงานวิชาการที่เป็นระบบ (School-based Management)
ระดับนักเรียน: มีทักษะในศตวรรษที่ 21 และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น
บทสรุปเบื้องต้น:
งานวิจัยของท่านจิรพันธ์ เป็นการยกระดับวิชาชีพครูโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน (School-based Development) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายขององค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิที่เน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างยั่งยืน
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น