ภาพลวงตาจากข้อมูล
น่าปลื้มใจเมื่อเห็นข้อมูลนี้...
จากรายงานผลการดำเนินงานการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โดยคณะอนุกรรมการ อ.ก.ต.ป น. และกลุ่มงานนิเทศการศึกษา สพม. เดียวกัน พบว่า มาตรฐานที่ 1 ด้านวิชาการ มีผลการประเมินในภาคเรียนที่ 2/2566 คะแนนเฉลี่ยรวม 4.79 โดยมีข้อค้นพบคือ สถานศึกษาพัฒนาตนเอง ตามกรอบการพัฒนางานด้วยกระบวนการ PDCA ทุกด้าน
ตัวบ่งชี้ที่มีคะแนนสูงสุดในด้านนี้คือ “No Child Left Behind - NCLB" (ไม่มีเด็กคนใดถูกทิ้งไว้ข้างหลัง) ตลอดจนการน้อมนำพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่สถานศึกษามาใช้ ในการขับเคลื่อนการบริหารงานด้านวิชาการในการปฏิรูปกระบวนการจัดการเรียนรู้ ตามแนวทาง Active Learning เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แก้ปัญหาผลลัพธ์การจัดการเรียนรู้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือ การพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นคนเก่ง ดีและมีความสุข มีทักษะการดำรงชีวิตแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคง ฯ
นอกจากนี้..เมื่อหันกลับมาดูผลของการดำเนินงานในปีการศึกษา 2567 ก็ได้ผลลัพธ์ ที่สอดคล้องกัน
หากการดำเนินงานมีผลลัพธ์เช่นนี้ซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ ครั้ง ในปีการศึกษาต่อ ๆ ไป คงดีไม่น้อย....
แต่..อย่าเพิ่งวางใจ เพราะข้อมูลอาจหลอกเราได้...
เรื่องนี้ ทะมหสึ โยชิโมริ (2565) กล่าวว่า การลองผิดลองถูกจนกว่าจะพบผลลัพธ์ที่น่าพอใจในการทดลองถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา
บางครั้ง ก็ต้องทำการทดลองที่ต่างออกไป บางครั้งก็ต้องทำการทดลองซ้ำ ซึ่งในขั้นตอนเหล่านี้ จำนวน n (จำนวนตัวอย่าง) ถือได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก
ผลลัพธ์จากการทดลอง 1 ครั้ง อาจเป็นเพียงความบังเอิญ แต่สำหรับในโลกวิทยาศาสตร์ ทุกอย่างต้องเป็นผลลัพธ์ที่มีความหมายหรือที่เรียกว่า "นัยสำคัญ" (Significant) มันต้องไม่ใช่ความบังเอิญ
(Significant หมายถึงนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งบ่งชี้ว่า ผลศึกษานั้นมีโอกาสน้อยที่จะเกิดจากความบังเอิญ)
โลกของการดำเนินชีวิต ในสังคมของเรามักทึกทักหรือตัดสินปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ากับคนหรือเหตุการณ์ ที่ตนเองได้เห็น ได้ยิน เพียงครั้งเดียวหรือสองครั้งแล้วสรุปเอาเองว่า "เป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้" มีอยู่กันเป็นประจำ .. แต่ในโลกของการทดลอง หากไม่ทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีก ผลลัพธ์ก็จะไม่น่าเชื่อถือ..
การปฏิบัติงานของ ก.ต.ป.น.ฯ เป็นการดำเนินงานที่มีความสอดคล้องกับมาตรฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ใช้มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นฐานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นหลัก เพื่อให้หน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในการบริหารและการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
กล่าวโดยสรุปคือ ก.ต.ป.น.ฯ "มีหน้าที่ทำงานร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการบริหารและการดำเนินการ โดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด ฯ"
ดังนั้นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงหลีกไม่พ้นกับการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการตัดสินใจและปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอนและการบริหารจัดการโรงเรียนให้ดียิ่งขึ้น อย่างแน่นอน
การใช้ศาสตร์ทางสถิติกับการวิจัย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของ ก.ต.ป.น. เพื่อการวิเคราะห์พจน์ทางคณิตศาสตร์ที่ต้องการคำตอบว่า มีนัยสำคัญหรือไม่...
ขั้นตอนการ Acting (Reflective Observation) หลังจากได้ข้อมูลจากการประเมินมาแล้ว จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญจะขาดเสียไม่ได้ โดยอาจใช้วิธีการวิเคราะห์แบบร่วมมือ (Collaborative Analysis) ที่น่าจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสมที่สุด กล่าวคือ
การที่ครู, ผู้บริหาร, และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดมุมมองที่หลากหลายและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
ตีความและทำความเข้าใจผลลัพธ์ (Interpret Results): อภิปรายผลการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปที่สำคัญ, ระบุจุดแข็งจุดอ่อน, และโอกาสในการพัฒนา เพื่อนำข้อมูลไปใช้
ปรับปรุงการสอนในห้องเรียน: ครูสามารถใช้ข้อมูลเพื่อปรับแผนการสอน, ออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน, หรือจัดกลุ่มนักเรียนเพื่อการสอนเสริม
วางแผนระดับโรงเรียน: ผู้บริหารใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเรื่องหลักสูตร, การจัดสรรงบประมาณ, การพัฒนาบุคลากร, หรือการจัดโครงการส่งเสริมการเรียนรู้
ประเมินผลและติดตามความก้าวหน้า: ใช้ข้อมูลเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของแผนงานหรือโครงการที่ริเริ่ม และประเมินว่าบรรลุเป้าหมายหรือไม่
การสื่อสารและสร้างความเข้าใจ: นำผลการวิเคราะห์ไปสื่อสารกับผู้ปกครอง, ชุมชน, และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความร่วมมือและการสนับสนุน
รายงานผลการดำเนินงานการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาใดใด จึงต้องอาศัยพลังของผู้รู้ (Expertise) ร่วมกันผลักดันให้กงล้อการพัฒนาได้หลุดพ้นจากกับดักของประเพณีนิยม (แบบคิดไปเอง -Bias) เข้าสู่โลกแห่งวิทยาศาสตร์ ที่ทุกอย่างต้องเป็นผลลัพธ์ที่มีความหมายอย่างมี "นัยสำคัญ"
มันต้องไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะประโยชน์ต่าง ๆ เหล่านี้ คือ สิ่งที่ครูอยากรับฟังมากกว่าคำชม
เอกสารอ้างอิง :
กระทรวงศึกษาธิการ.(ม.ป.ป.). คู่มือการดำเนินงานคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก. ต.ป.น.). สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
ทะมหสึ โยชิโมริ. (2565). ร่างกายดีระดับเซลล์. [ผู้แปล: อนิษา เกมเผ่าพันธ์, 2565]. กรุงเทพฯ: อัมรินทร์เฮลท์ อัมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์. (2566). รายงานผลการดำเนินงานการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาบุรีรัมย์. (2567). รายงานผลการดำเนินงานการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ของสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567
สุริยา เผือกพันธ์.(2568). การใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาโรงเรียน (How to Use Data Effectively to Improve Schools). http/suriyapunt.blogspot.com.
_______________. (2568). ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย จากข้อสังเกตการสะท้อนผล (Reflective observation) การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566/7 ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ 32 ปีการศึกษา 2567.http/suriyapunt.blogspot.com
Cr. ภาพบันทึกการประชุมคณะ ก.ต.ป.น. สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ 32 ปีการศึกษา 2568. วันที่ 18 มิถุนายน 2568.
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น