ไปถอนฟัน : แค่ทรงตัวไว้บนอานจักรยาน
เสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลาเย็น ๆ เริ่มมีอาการปวดฟัน กลุ่ม 3 ซี่ด้านล่าง กลุ่มสุดท้าย ใช้ยาพาราฯ มาบรรเทา ก็อยู่ได้ทั้งคืนแบบปวด ๆ
จนรุ่งเช้าวันอาทิตย์ แก้มฝั่งขวา กลับบวมปูดเป็นลูกมะนาวเป็นของแถม.....
จึงไปพบแพทย์ ได้รับยามา 3 ขนาน (เพื่อรักษาไปพลาง)คือ ไอบูโพรเฟน, ม๊อกซิซิลีนและพาราเซตามอล
โดยหมอนัดอีกครั้ง วันจันทร์ให้ไปถอน ถอนเสร็จได้ยามาเพิ่มอีก 1 ขนานรวมเป็น 4 ขนานประกอบด้วย...
เป็นยาในกลุ่ม ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs - NSAIDs
การสังเคราะห์:
ยาไอบูโพรเฟนถูกสังเคราะห์ขึ้นทางเคมี โดยมีวิธีการสังเคราะห์หลายแบบ วิธีที่ Boots Pure Drug Company พัฒนาขึ้นในปี 1961 (เรียกว่า Boot's synthesis) เป็นวิธีคลาสสิกที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเริ่มต้นจากสารตั้งต้นคือ p-xylene และผ่านกระบวนการทางเคมีหลายขั้นตอน เช่น Friedel-Crafts acylation, reduction, และ Grignard reaction เพื่อให้ได้ยาไอบูโพรเฟนในที่สุด
สรรพคุณ:
ยาไอบูโพรเฟนมีสรรพคุณหลักดังนี้:
บรรเทาอาการปวด: ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ปวดศีรษะ ปวดไมเกรน ปวดฟัน ปวดประจำเดือน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดข้อ และอาการปวดหลังผ่าตัดเล็กน้อย
ลดไข้: ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายเมื่อมีไข้
ลดการอักเสบ: ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย เช่น อาการบวม แดง ร้อน และปวด ที่เกิดจากการบาดเจ็บ หรือภาวะต่างๆ เช่น ข้ออักเสบ
ยาไอบูโพรเฟนออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ไซโคลออกซีจีเนส (COX-1 และ COX-2) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สร้างสารพรอสตาแกลนดิน (prostaglandins) ซึ่งเป็นสารที่ก่อให้เกิดอาการปวดและการอักเสบในร่างกาย
ยาไอบูโพรเฟนสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา และมีทั้งในรูปแบบยาเม็ด ยาน้ำ และเจลทาภายนอก อย่างไรก็ตาม ควรใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และอ่านฉลากยาอย่างละเอียดก่อนใช้ทุกครั้ง
ยาอะมอกซิซิลลิน (Amoxicillin)
เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม เพนิซิลลิน (Penicillin) หรือที่เรียกว่า อะมิโนเพนิซิลลิน (Aminopenicillin)
การสังเคราะห์:
อะมอกซิซิลลินเป็นยาปฏิชีวนะ กึ่งสังเคราะห์ ซึ่งหมายความว่าไม่ได้มาจากธรรมชาติโดยตรง แต่ถูกดัดแปลงทางเคมีจากสารธรรมชาติที่มีอยู่แล้ว โดยมีกระบวนการสังเคราะห์หลักๆ 2 วิธีคือ:
วิธีทางเคมี: มักจะเริ่มต้นจากการนำสารตั้งต้นคือ 6-อะมิโนเพนิซิลลานิกแอซิด (6-APA) มาทำปฏิกิริยากับสารเคมีอื่นๆ เพื่อเติมหมู่ p-hydroxy phenylglycine ที่ตำแหน่ง 6 ของโครงสร้าง 6-APA
วิธีทางเอนไซม์: ใช้อาศัยเอนไซม์เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเชื่อมหมู่ p-hydroxy phenylglycine เข้ากับ 6-APA
สรรพคุณ:
อะมอกซิซิลลินมีสรรพคุณในการ รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรีย หลายชนิด โดยออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ทำให้แบคทีเรียไม่สามารถสร้างผนังเซลล์ได้ และตายในที่สุด
ตัวอย่างโรคติดเชื้อที่อะมอกซิซิลลินมักใช้รักษา ได้แก่:
การติดเชื้อในทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ ปอดบวม ไซนัสอักเสบ ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ
การติดเชื้อในหูชั้นกลาง
การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
การติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน
การติดเชื้อในช่องปากและฟัน (เช่น ฝีที่รากฟัน)
ใช้ร่วมกับยาอื่นในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori ในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
อะมอกซิซิลลินเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และควรใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและป้องกันการเกิดภาวะดื้อยา
ยาเมโทรนิดาโซล (Metronidazole)
เป็นยาปฏิชีวนะในกลุ่ม ไนโตรอิมิดาโซล (Nitroimidazole)
การสังเคราะห์:
เมโทรนิดาโซลเป็นยาที่ถูก สังเคราะห์ทางเคมี โดยมีกระบวนการสังเคราะห์หลายวิธี หนึ่งในวิธีที่อธิบายไว้คือการทำปฏิกิริยาของ 2-(5-methyl-2-nitro-1H-imidazole-1-yl) ethanol กับ thionyl chloride เพื่อให้ได้สาร intermediates ต่างๆ ก่อนที่จะได้เมโทรนิดาโซลในที่สุด การสังเคราะห์อนุพันธ์ใหม่ๆ ของเมโทรนิดาโซลก็มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
สรรพคุณ:
เมโทรนิดาโซลมีสรรพคุณในการ รักษาโรคติดเชื้อ ที่เกิดจากแบคทีเรียบางชนิด (โดยเฉพาะแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจนในการเจริญเติบโต หรือ anaerobic bacteria) และโปรโตซัว (protozoa) หลายชนิด ตัวอย่างโรคติดเชื้อที่เมโทรนิดาโซลมักใช้รักษา ได้แก่:
การติดเชื้อในช่องคลอด: เช่น ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (bacterial vaginosis) และ Trichomonas vaginalis
การติดเชื้อในทางเดินอาหาร: เช่น โรคบิดอะมีบา (amebiasis), โรคติดเชื้อ Giardia (giardiasis), และการติดเชื้อ Clostridium difficile
การติดเชื้อที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อน: ที่เกิดจากแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน
การติดเชื้อในช่องปากและฟัน: เช่น เหงือกอักเสบชนิดรุนแรง และการติดเชื้อหลังการผ่าตัดทางทันตกรรม
และใช้ในการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียก่อนและหลังการผ่าตัดบางชนิด
เมโทรนิดาโซลออกฤทธิ์โดยการเข้าไปทำลาย DNA ของแบคทีเรียและโปรโตซัว ทำให้เซลล์ของเชื้อโรคเหล่านั้นตายในที่สุด
ยาเมโทรนิดาโซลเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกร และควรใช้ตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การรักษาได้ผลดีและป้องกันการเกิดภาวะดื้อยา
ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)
เป็นยาที่ถูก สังเคราะห์ทางเคมี โดยมีวิธีการสังเคราะห์หลายแบบ วิธีที่นิยมคือการใช้ พารา-อะมิโนฟีนอล (p-aminophenol) เป็นสารตั้งต้นหลัก แล้วนำมาทำปฏิกิริยากับ อะซิติกแอนไฮไดรด์ (acetic anhydride) หรือ กรดอะซิติก (acetic acid) เพื่อให้ได้ยาพาราเซตามอล
สรรพคุณ:
ยาพาราเซตามอลมีสรรพคุณหลักดังนี้:
บรรเทาอาการปวด: ใช้สำหรับบรรเทาอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง เช่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดฟัน ปวดประจำเดือน และปวดจากข้ออักเสบ
ลดไข้: ช่วยลดอุณหภูมิร่างกายเมื่อมีไข้
กลไกการออกฤทธิ์ของยา
พาราเซตามอลในการลดปวดและลดไข้นั้นยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างสมบูรณ์นัก แต่เชื่อว่ายาจะออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง โดยมีผลต่อการยับยั้งการสร้างสาร พรอสตาแกลนดิน (prostaglandins) ซึ่งเป็นสารที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาการปวดและไข้
ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา แต่ควรใช้ในขนาดและระยะเวลาที่แนะนำ และไม่ควรใช้เกินขนาดที่กำหนด เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตับได้...................
ต้องรับประทานยาเหล่านี้ไปจนครบตามกำหนดที่แพทย์แนะนำ หลังจากนั้นไม่รู้ว่าจะต้องเผชิญกับอะไรอีก
คงต้องประเมินจากวันนี้ว่า ใช้วิถีการดำเนินชีวิตแบบใด เพื่อธำรงดุล (Well-Balanced Lifestyle) เพราะวันนี้ในเมื่อวานบอกให้รู้ว่า อย่านิ่งนอนใจกับความนิ่งนอน เพราะทุกวินาทีต้องหล่อเลี้ยงสติกับการทรงไว้..
ดั่งคำคมของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่กล่าวว่า “ชีวิตก็เหมือนการขี่จักรยาน หากต้องการทรงตัวได้ ก็ต้องเคลื่อนที่ต่อไป”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น