การยกระดับคุณภาพการศึกษา: ปัญหาเชิงระบบ ไม่ใช่ปัญหาทรัพยากร..[1]
การยกระดับคุณภาพการศึกษา: ปัญหาเชิงระบบ ไม่ใช่ปัญหาทรัพยากร
1. แก่นสาระร่วมของบทความ (Core Thesis – 1 ย่อหน้า)
บทความทั้งสี่สะท้อนสาระร่วมกันอย่างชัดเจนว่า วิกฤตคุณภาพการศึกษาไทย ไม่ได้เกิดจากการขาดทรัพยากร การขาดการสอบ การขาดโมเดลการนิเทศ หรือการขาดเทคโนโลยี แต่เกิดจาก ความไม่สอดประสานของระบบ ระหว่างหลักสูตร การสอน การประเมิน และการนิเทศ
ข้อมูลจำนวนมากที่ผลิตขึ้นจึงไม่สามารถนำไปพัฒนาการเรียนรู้จริงในห้องเรียนได้ การสอบขนาดใหญ่ไม่สามารถวินิจฉัยปัญหาการเรียนรู้ การประเมินไม่เชื่อมกับสิ่งที่สอน การนิเทศมุ่งตรวจสอบมากกว่าพัฒนาการสอน และระบบข้อมูลถูกใช้เพื่อรายงานมากกว่าการเรียนรู้
ทางออกที่บทความเสนอร่วมกันคือ การเปลี่ยนบทบาทของการประเมิน การนิเทศ และข้อมูล ให้เป็นเครื่องมือทางการสอนและการพัฒนาครู โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนแปลงการสอนและการเรียนรู้ในห้องเรียนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
2. ห้าบทเรียนสำคัญที่สุด
2.1 การสอบมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าการเรียนรู้ดีขึ้น
ข้อมูล O-NET ตลอดสองทศวรรษชี้ชัดว่า การลงทุนด้านการสอบจำนวนมาก หากไม่เชื่อมกับการสอน จะกลายเป็นต้นทุนที่ไม่สร้างคุณค่า
2.2 การประเมินมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเปลี่ยนการสอนในวันถัดไปได้
ไม่ว่าจะเป็น HQIA การนิเทศเชิงหลักฐาน หรือการนิเทศแบบ Flow
คำถามเดียวกันที่สำคัญที่สุดคือ
“ข้อมูลนี้บอกครูได้หรือไม่ว่า ควรสอนอะไรต่อไป”
3. หลักสูตรที่ไม่ชัด ทำให้ข้อมูลไร้พลัง
ก่อนจะพูดถึง Analytics, Effect Size หรือ Dashboard ต้องมีเป้าหมายการเรียนรู้และลำดับการเรียนรู้ที่ชัดเจนก่อนเสมอ
4. การนิเทศที่ดี ต้องพัฒนาความสามารถ ไม่ใช่ควบคุมความถูกต้อง
ทั้งโมเดลเชิงหลักฐานและ Flow-Based เห็นตรงกันว่า
"การนิเทศที่ได้ผลต้อง ลงไปดูการเรียนรู้จริงในห้องเรียน, ใช้หลักฐานจากผู้เรียน, โค้ชครูเพื่อการพัฒนา ไม่ใช่เพื่อตรวจเอกสาร
5. วัฒนธรรมสำคัญกว่าเครื่องมือ
ระบบจะยั่งยืนได้ ต้องสร้าง วัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเพื่อการเรียนรู้
ไม่ใช่วัฒนธรรมความกลัว การจัดอันดับ หรือการทำเอกสาร
3. แนวเหล่านี้ “ไม่เหมาะกับใคร”
แนวคิดชุดนี้ ไม่เหมาะกับผู้กำหนดนโยบายที่มองหาผลลัพธ์ระยะสั้นหรือการแก้ปัญหาเชิงภาพลักษณ์
ระบบที่ให้ความสำคัญกับ การจัดอันดับและการคัดเลือก มากกว่าการเรียนรู้
ผู้บริหารที่มองการประเมินและการนิเทศเป็นเพียง เครื่องมือกำกับ ตรวจสอบ และรายงาน
ผู้ที่เชื่อว่า เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว จะสามารถแก้ปัญหาการเรียนรู้ได้
องค์กรที่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงการสอนจริงในห้องเรียน
กล่าวโดยสรุป บทความนี้ไม่เหมาะกับระบบที่ให้คุณค่ากับการวัดผล มากกว่าการเรียนรู้
4. ประเด็นที่สามารถอ่านข้ามได้อย่างปลอดภัย (ตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์)
หากเป้าหมายคือ การออกแบบระบบและยกระดับการเรียนรู้จริง สามารถอ่านข้ามหรืออ่านผ่านได้ในประเด็นต่อไปนี้
1. รายละเอียดเชิงประวัติของการถกเถียงเรื่อง O-NET : แนวโน้มโดยรวมชัดเจนแล้วว่าระบบไม่ตอบโจทย์การเรียนรู้
2. รายละเอียดเชิงเทคนิคของเครื่องมือทางสถิติ เช่น สูตร Effect Size หรือกลไกการวิเคราะห์ข้อมูล : ผู้บริหารควรรู้ว่า ข้อมูลใช้ตัดสินใจอะไร มากกว่า คำนวณอย่างไร
3. วาทกรรมเชิงนโยบายทั่วไป
ข้อความเช่น “การศึกษาต้องก้าวสู่ศตวรรษที่ 21” มีคุณค่าเชิงทิศทาง แต่ไม่ช่วยในการออกแบบระบบ
4. การเล่าเครื่องมือเทคโนโลยีโดยไม่เชื่อมการสอน : เทคโนโลยีสำคัญก็ต่อเมื่อรู้ชัดว่าจะใช้เพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างไร
ข้อสรุปสุดท้าย
แนวคิดเหล่านี้ชี้ไปยังข้อสรุปร่วมกันว่า
การประเมิน การนิเทศ และข้อมูล
ต้องเลิกทำหน้าที่เป็นเครื่องมือควบคุมหรือพิพากษาและกลับมาเป็นเครื่องมือเพื่อการสอนและการพัฒนา
ความสำเร็จของระบบการศึกษา
ไม่วัดจากความแม่นยำทางสถิติหรือความครบถ้วนของรายงาน แต่วัดจากคำถามเดียวคือ
“ระบบนี้ทำให้ครูสอนได้ดีขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือไม่”
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น