แนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) พ.ศ. ๒๕๖๙
1. บทนำ: ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของ ก.ต.ป.น. ในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา
คณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา หรือ ก.ต.ป.น. ถือเป็นองค์คณะบุคคลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างยิ่งต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ คณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักที่เชื่อมโยงนโยบายการปฏิรูปการศึกษาจากส่วนกลางไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม การจัดตั้ง ก.ต.ป.น. เป็นการตอบสนองต่อเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งมุ่งเน้นการกระจายอำนาจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดการศึกษาสอดคล้องกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่อย่างแท้จริง
เพื่อให้การดำเนินงานของ ก.ต.ป.น. เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงได้จัดทำแนวทางการดำเนินงานฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ ดังนี้
- สร้างมาตรฐานการปฏิบัติงาน: เพื่อให้การดำเนินงานของ ก.ต.ป.น. ในทุกเขตพื้นที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
- เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนคุณภาพ: เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาในภารกิจ 4 ด้านหลัก (วิชาการ งบประมาณ บุคคล และบริหารทั่วไป) อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
- ส่งเสริมการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง: เพื่อสนับสนุนให้มีการนำผลการติดตามและประเมินผลไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาในสังกัดได้อย่างตรงจุด
ดังนั้น ก.ต.ป.น. จึงไม่ได้เป็นเพียงคณะกรรมการตรวจสอบ แต่เป็นหุ้นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาของเขตพื้นที่ โดยอาศัยโครงสร้างที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจนในการดำเนินงาน
2. โครงสร้างและองค์ประกอบ: กลไกที่ขับเคลื่อนโดยการมีส่วนร่วม
โครงสร้างของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) ได้รับการออกแบบมาเพื่อสะท้อนหลักการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยการรวบรวมผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาในพื้นที่ การผสมผสานระหว่างผู้บริหารระดับสูงในเขตพื้นที่ (ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, หัวหน้ากลุ่มนิเทศฯ) กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายนอก (ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา, ผู้ทรงคุณวุฒิ) ช่วยให้เกิดมุมมองที่สมดุล เป็นการผนวกความเข้าใจเชิงนโยบายเข้ากับประสบการณ์ภาคปฏิบัติและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งทำให้การดำเนินงานของคณะกรรมการยึดโยงกับบริบทจริงของพื้นที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งสิ้น 9 คน ดังนี้
|
ตำแหน่ง |
องค์ประกอบ |
|
ประธานกรรมการ |
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา |
|
กรรมการ |
ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐ (1 คน) |
|
กรรมการ |
ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของเอกชน (1 คน) |
|
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ |
ผู้มีความรู้ความสามารถในด้านต่างๆ (5 คน) เช่น การศึกษาปฐมวัย, การศึกษาขั้นพื้นฐาน, การวิจัยและประเมินผล, การบริหารการศึกษา, ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม |
|
กรรมการและเลขานุการ |
หัวหน้ากลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา |
|
|
|
เพื่อให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษาและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และสามารถดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกินสองวาระ ซึ่งโครงสร้างและวาระการดำรงตำแหน่งนี้ได้สร้างกลไกที่เข้มแข็ง พร้อมสำหรับการปฏิบัติภารกิจและอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายต่อไป
3. อำนาจหน้าที่: ขอบเขตการดำเนินงานเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) ได้รับการกำหนดไว้อย่างชัดเจนตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๘ โดยมีภารกิจหลักในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการบริหารและการดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด อำนาจหน้าที่เหล่านี้มิได้เป็นเพียงเครื่องมือในการกำกับดูแลให้เป็นไปตามระเบียบเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกเชิงรุกที่ออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าสถานศึกษาสามารถดำเนินงานได้ตามมาตรฐานและมีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอก
ขอบเขตอำนาจหน้าที่หลักของ ก.ต.ป.น. สามารถสรุปได้ 5 ประการ ดังนี้
1. กำหนดแนวทาง: จัดทำและพิจารณาอนุมัติแผนการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่ให้สอดคล้องกับนโยบายหลักและบริบทของพื้นที่
2. ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัย: ประเมินผลการบริหารและการดำเนินงานของหน่วยงานและสถานศึกษาในสังกัด โดยมุ่งเน้นการวัดผลสัมฤทธิ์และพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบ
3. ส่งเสริมการใช้มาตรฐาน: สนับสนุนให้สถานศึกษานำมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานมาเป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพและประเมินตนเอง เพื่อยกระดับการดำเนินงานให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
4. รายงานผลเพื่อการพัฒนา: จัดทำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน พร้อมข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเสนอต่อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาในภาพรวม
5. ปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ: ดำเนินงานตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการระดับกระทรวง หรือเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
การดำเนินงานทั้งหมดนี้ครอบคลุมภารกิจหลัก 4 ด้านของการบริหารจัดการศึกษา ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ ด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารทั่วไป เพื่อให้การยกระดับคุณภาพการศึกษาเกิดขึ้นอย่างรอบด้านและสมบูรณ์
4. หลักการและกรอบการดำเนินงาน: สู่การปฏิบัติที่เป็นเลิศ
เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ต.ป.น. บรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้กำหนดหลักการดำเนินงานที่สำคัญและรูปแบบการทำงานที่เน้นการมีส่วนร่วมเป็นหัวใจหลัก เพื่อเป็นกรอบแนวทางในการขับเคลื่อนภารกิจให้เกิดประสิทธิผล
4.1 หลักการดำเนินงาน 5 ประการ
ก.ต.ป.น. ยึดมั่นในหลักการดำเนินงาน 5 ประการ เพื่อให้การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นระบบ:
- หลักการแบบองค์รวม (Holistic): การพิจารณาและประเมินผลการดำเนินงานในภารกิจทั้ง 4 ด้านในภาพรวม เพื่อให้เห็นความเชื่อมโยงและผลกระทบซึ่งกันและกัน
- หลักการเชิงระบบ (System): การมองความสัมพันธ์ของปัจจัยนำเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและหาแนวทางพัฒนาที่ตรงจุด
- หลักการแบบเครือข่าย (Network): การสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภายใน (กลุ่มงานต่างๆ ใน สพท.) และภายนอก (สถานศึกษา, ชุมชน, องค์กรอื่น) เพื่อระดมทรัพยากรและความร่วมมือ
- หลักการประเมินผลแบบบูรณาการ (Integration): การผสมผสานภารกิจการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศให้เป็นกระบวนการเดียวกัน เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพในการให้ข้อมูลป้อนกลับแก่สถานศึกษา
- หลักธรรมาภิบาล (Good Governance): การยึดหลักนิติธรรม คุณธรรม ความโปร่งใส การมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ และความคุ้มค่าในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน
4.2 โมเดลการทำงานแบบมีส่วนร่วม "5ร" (ในแผนภาพต้นฉบับระบุเป็น 'โมเดล 5S')
"โมเดล 5ร" คือรูปแบบการดำเนินงานเชิงปฏิบัติที่ ก.ต.ป.น. ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกระดับ ตั้งแต่การวางแผนจนถึงการนำผลไปพัฒนาต่อยอด โมเดลนี้ถือเป็นการนำหลักการสำคัญด้านการมีส่วนร่วมและเครือข่ายมาประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติ เพื่อแปลงแนวคิดเชิงนามธรรมให้เป็นกระบวนการทำงานที่เป็นรูปธรรม
|
โมเดล 5ร |
คำอธิบาย |
|
ร่วมคิด (Participatory Thinking) |
การร่วมวางแผน กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย |
|
ร่วมปฏิบัติ (Participatory Implementation) |
การร่วมลงมือปฏิบัติงานในภารกิจทั้ง 4 ด้าน ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา, ก.ต.ป.น., และคณะอนุกรรมการฯ |
|
ร่วมติดตาม นิเทศ (Participatory Supervision) |
การร่วมกำกับ ติดตามความก้าวหน้าของแผนงาน และให้คำปรึกษา แนะนำอย่างสม่ำเสมอ |
|
ร่วมประเมินผล (Participatory Evaluation) |
การร่วมประเมินผลสำเร็จของการดำเนินงานตามแผนและตัวชี้วัดที่ได้กำหนดไว้ร่วมกัน |
|
ร่วมปรับปรุงและพัฒนา (Participatory Improvement) |
การนำข้อสรุปและผลการประเมินมาใช้ในการวางแผนพัฒนางานของเขตพื้นที่การศึกษาต่อไป |
หลักการและโมเดลการทำงานดังกล่าวเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างการยอมรับในการดำเนินงานของ ก.ต.ป.น. ทำให้ผลการประเมินที่ได้สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
5. แนวทางการพัฒนาและผลที่คาดหวัง: การสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืน
ความสำเร็จของ ก.ต.ป.น. ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและอำนาจหน้าที่เท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยการพัฒนาศักยภาพของคณะกรรมการอย่างต่อเนื่อง และการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อระบบการศึกษาของชาติ
5.1 แนวทางการพัฒนาความเข้มแข็งของ ก.ต.ป.น.
เพื่อเสริมสร้างให้ ก.ต.ป.น. เป็นกลไกที่เข้มแข็งและปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ ควรดำเนินการพัฒนาใน 3 ประเด็นหลัก ควบคู่ไปกับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด
การพัฒนาศักยภาพภายในคณะกรรมการ:
- การพัฒนาศักยภาพ: ส่งเสริมให้คณะกรรมการมีความรู้ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่อย่างถ่องแท้ และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เช่น ทักษะการนิเทศและการให้คำปรึกษาเชิงสร้างสรรค์ ทักษะการสื่อสารและประสานงาน และทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงประจักษ์
- การสร้างเครือข่ายและความร่วมมือ: ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากภาคประชาสังคม เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้ปกครอง เพื่อสร้างภาคีเครือข่ายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- การยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล: ดำเนินงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ยึดหลักนิติธรรมและคุณธรรม พร้อมรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติงาน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากทุกภาคส่วน
การสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ ก.ต.ป.น. ผ่านกลไกต่างๆ ดังนี้
- การพัฒนาระบบข้อมูลและการสนับสนุน: จัดทำระบบสารสนเทศกลางสำหรับ ก.ต.ป.น. ทั้ง 245 เขตพื้นที่ และจัดสรรงบประมาณที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน
- การเสริมสร้างองค์ความรู้และเครื่องมือ: จัดกิจกรรมอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในบทบาทและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และพัฒนาเครื่องมือติดตามประเมินผลที่เป็นมาตรฐาน
- การติดตาม ประเมินผล และการพัฒนาต่อเนื่อง: ติดตามประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการอย่างเป็นระบบ พร้อมให้ข้อเสนอแนะเพื่อเป็นข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback) สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงการทำงานต่อไป
5.2 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของ ก.ต.ป.น. จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สำคัญต่อการยกระดับคุณภาพการศึกษา 2 ประการหลัก คือ:
- สถานศึกษาในสังกัดมีแนวทางที่ชัดเจนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของตนเองให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดต่อผู้เรียน
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีข้อมูลสารสนเทศและผลการประเมินที่เชื่อถือได้ สำหรับนำไปใช้ในการกำหนดนโยบาย วางแผนสนับสนุน และพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาในสังกัดได้อย่างต่อเนื่องและตรงจุด
ก.ต.ป.น. มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะพลังสำคัญ เพื่อร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนและยกระดับคุณภาพการศึกษาของชาติให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนสืบไป
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น