Getting People to Change Their Behavior Is Not Easy
Getting People to Change Their Behavior Is Not Easy
Robert S. Seiner | Data Catalyst | 2 สิงหาคม 2026
แก่นกลางของบทความ
องค์กรไม่ได้เปลี่ยน — คนต่างหากที่เปลี่ยน คนส่วนใหญ่ทำสิ่งที่เคยได้ผลมาก่อนจนกว่าจะมีเหตุผลที่น่าสนใจพอจะทำสิ่งที่แตกต่างออกไป นั่นไม่ใช่การต่อต้าน — แต่เป็นธรรมชาติของมนุษย์
5 หลักการสำคัญ
1. เครื่องมือไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
องค์กรมักพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการนำ tool ใหม่ policy ใหม่ framework ใหม่ หรือ committee ใหม่เข้ามา สิ่งเหล่านั้นมีคุณค่า แต่ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนวิธีที่คนคิด ตัดสินใจ หรือทำงานได้โดยอัตโนมัติ เทคโนโลยีเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปได้ — คนกำหนดสิ่งที่เกิดขึ้นจริง
2. Accountability มีอยู่แล้ว อย่าสร้างใหม่
ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดใน governance คือองค์กรต้องกำหนด accountability ก่อนจึงจะปรับปรุงได้ ประสบการณ์จริงแสดงให้เห็นตรงกันข้าม accountability มีอยู่แล้ว — คนมีความรับผิดชอบในการกำหนด ผลิต ปกป้อง และใช้ข้อมูลอยู่แล้ว ไม่ว่าใครจะรับรู้อย่างเป็นทางการหรือไม่ก็ตาม
3. Non-Invasive คือหลักการที่ได้ผล
แทนที่จะขอให้คนกลายเป็นคนอื่น governance ควรช่วยให้พวกเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นในความรับผิดชอบที่มีอยู่แล้ว คนต่อต้านการเพิ่มงานบนจาน แต่พวกเขายินดีกว่ามากที่จะรับแนวทางที่ช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในงานที่ตัวเองรับผิดชอบอยู่แล้ว
4. AI ขยายทั้งสิ่งดีและสิ่งแย่
AI ไม่สามารถชดเชยพฤติกรรมมนุษย์ที่ไม่สอดคล้องกันได้ มันเร่งการตัดสินใจ แต่ก็เร่งการตัดสินใจที่แย่ด้วยเมื่อพฤติกรรมพื้นฐานยังไม่เปลี่ยน AI ทำให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำคัญยิ่งขึ้น เพราะมันขยายสิ่งที่ได้รับเข้ามา ไม่ว่าจะมี context หรือไม่
5. การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนมาจากการสะสม
พฤติกรรมแทบไม่เคยเปลี่ยนเพราะการประกาศครั้งเดียวหรือ training session เดียว มันเปลี่ยนทีละการสนทนา ทีละ definition ที่ดีขึ้น ทีละการตัดสินใจที่ดีขึ้น ทีละความสัมพันธ์ที่น่าเชื่อถือ ช่วงเวลาเหล่านั้นค่อยๆ กลายเป็นนิสัย และนิสัยเหล่านั้นท้ายที่สุดกลายเป็นวัฒนธรรม
ประยุกต์กับ NSM OIOS ใน Harvest Phase
Harvest Phase คือช่วงที่ระบบพิสูจน์ตัวเองแล้ว แต่ยังต้องการให้คนอื่น "เริ่มใช้จริง" — บทความนี้ให้กรอบที่ตรงมาก
วินิจฉัย: อุปสรรคที่แท้จริงของ Harvest Phase
| สิ่งที่เห็น | การวินิจฉัยตาม Seiner |
| กองเลขาฯ เห็น output แต่ไม่ใช้ระบบ | ยังไม่มี "compelling reason" ส่วนตัว
| มีคนชม แต่ไม่มีคนลอง | เห็นว่าเป็นงานเพิ่ม ไม่ใช่งานที่ช่วย |
| ระบบดี แต่ยังอยู่ใน workflow ของบุคคลคนเดียว | Accountability ยังไม่ถูก recognize |
กลยุทธ์ Harvest Phase ตามหลัก Non-Invasive
หลักการหลัก: อย่าขอให้เขาเปลี่ยน — ช่วยให้เขาทำงานเดิมได้ดีขึ้น
1. ระบุ Pain Point ส่วนตัวของแต่ละคนในกองเลขาฯ
เลขานุการ ก.ต.ป.น. มีงานอะไรที่ทำซ้ำและน่าเบื่อที่สุด? สรุปรายงาน? รวบรวมข้อมูล? ตรงนั้นคือจุดแทรกระบบที่ได้ผลที่สุด — ไม่ใช่การนำเสนอ vision
2. ใช้ "Data Catalyst" แทน "Change Agent"
Catalyst ไม่สร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยอำนาจ Catalyst มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม Data Catalysts ถามคำถามที่ thoughtful ส่งเสริมการสนทนาที่มีความหมาย และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่ดีขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่ต้องมีตำแหน่ง governance อย่างเป็นทางการ
เราไม่ต้อง "โน้มน้าว" ให้ใช้ NSM OIOS แต่แค่ "ถามคำถามที่ทำให้เขาอยากตอบด้วยระบบ"
3. Celebrate Small Wins ทันที
จงเฉลิมฉลองชัยชนะเล็กๆ ยอมรับ steward ที่ปรับปรุง definition ขอบคุณ analyst ที่ตั้งคำถามกับข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ช่วงเวลาเหล่านั้นอาจดูไม่สำคัญ แต่รวมกันแล้วเป็นสัญญาณว่าพฤติกรรมกำลังเริ่มเปลี่ยน
วันที่ 24 ก.ค. — ถ้ากองเลขาฯ คนใดคนหนึ่งถามคำถามแล้วระบบตอบได้ดี "ชื่นชมทันที" อย่าข้ามไป
4. ไม่มี Timeline สากล — มีแต่ความสม่ำเสมอ
บางองค์กรเคลื่อนไหวเร็วเพราะความไว้วางใจมีอยู่แล้ว บางองค์กรต้องการความอดทนเพราะ initiatives ที่ผ่านมาสร้างความสงสัย ไม่มี timeline สากล มีแต่ความก้าวหน้าที่สม่ำเสมอ
สรุป: สิ่งที่ต้องทำใน Harvest Phase
> "อย่าขายระบบ — ช่วยคนแก้ปัญหาของเขา แล้วระบบจะขายตัวเอง"
วันที่ 24 ก.ค. คือ :ทีละการสนทนา" ทีละคำถามที่ระบบตอบได้ — นั่นคือ Harvest ที่แท้จริงครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น