NSM OIOS: ความจำเป็นเชิงระบบของ ก.ต.ป.น. สพม.บุรีรัมย์ในยุค BANI Society

NSM OIOS: ความจำเป็นเชิงระบบของ ก.ต.ป.น. สพม.บุรีรัมย์ในยุค BANI Society

Suriya [นามสกุล] ผู้ทรงคุณวุฒิ ก.ต.ป.น. สพม.บุรีรัมย์



      ในบริบทที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งต่างดำเนินงานภายใต้นโยบายและมาตรฐานเดียวกันจาก สพฐ. คำถามที่ท้าทายคือเหตุใด ก.ต.ป.น. สพม.บุรีรัมย์จึงต้องลงทุนสร้างนวัตกรรมการบริหารและการนิเทศที่ชื่อว่า NSM OIOS ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ คำตอบไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันกับเขตพื้นที่อื่น แต่อยู่ที่ความจำเป็นเชิงระบบที่นโยบายระดับชาติไม่สามารถตอบสนองได้ในระดับพื้นที่

      Sull และคณะ (2017) ชี้ให้เห็นว่าองค์กรมักล้มเหลวในการสร้างคุณค่าเพราะขาดความชัดเจนว่า ส่วนต่างๆ ขององค์กรเชื่อมโยงกันอย่างไร ในกรณีของ สพม.บุรีรัมย์ นโยบายจาก สพฐ. ทำหน้าที่เป็น Corporate Strategy ที่กำหนดทิศทางภาพรวม แต่

 "การแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติใน 66 โรงเรียน 9 สหวิทยาเขต ที่แต่ละแห่งมีบริบท ทรัพยากร และความพร้อมแตกต่างกัน ต้องการ capability เฉพาะพื้นที่ที่นโยบายส่วนกลางไม่ได้จัดให้ (บริบท, อ้างถึง ตัวบ่งชี้ที่ 1) ..NSM OIOS จึงทำหน้าที่เป็นชั้นการเรียนรู้เชิงกลยุทธ์ที่เชื่อม Corporate Policy ลงสู่ Local Action อย่างมีประสิทธิภาพ" 

      Senge (1990) อธิบายว่าองค์กรที่เรียนรู้ได้อย่างแท้จริงต้องสามารถสะสมความรู้จากประสบการณ์ ปรับแนวทาง และพัฒนาต่อเนื่องได้จากภายใน...ข้อมูลเชิงประจักษ์จาก สพม.บุรีรัมย์ชี้ให้เห็นช่องว่างนี้อย่างชัดเจน.. เมื่อตัวชี้วัดที่ 7 ด้านการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีคะแนนต่ำสุดต่อเนื่องสองภาคเรียน ในขณะที่ตัวชี้วัดด้านอื่นอยู่ในระดับยอดเยี่ยม..

      ช่องว่างนี้สะท้อนว่าระบบปัจจุบันสะสมข้อมูลได้ แต่ยังขาดกลไกที่แปลงข้อมูลเหล่านั้นสู่การปรับปรุงที่วนซ้ำได้อย่างเป็นระบบ NSM OIOS ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้นโดยตรงผ่านกระบวนการ PDIA และ SC-PAAL Model ที่ทำให้วงจรการเรียนรู้ขององค์กรปิดได้จริง

      กล่าวโดยสรุป NSM OIOS ไม่ได้เกิดจากความต้องการสร้างความแตกต่างจากเขตพื้นที่อื่น แต่เกิดจากความรับผิดชอบต่อนักเรียน 60,773 คนที่ต้องการระบบนิเทศที่เรียนรู้และปรับตัวได้ตามความเป็นจริงของพื้นที่ 
      ในยุคที่สภาวะ BANI Society ทำให้ความซับซ้อนของปัญหาการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างไม่เป็นเส้นตรง การมีระบบที่ขับเคลื่อนด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่คือความจำเป็นเชิงสถาบัน




เอกสารอ้างอิง

Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art and practice of the learning organization. Doubleday.

Sull, D., Turconi, S., Sull, C., & Yoder, J. (2017). Four logics of corporate strategy. MIT Sloan Management Review, 59(2), 1–8. https://sloanreview.mit.edu/article/four-logics-of-corporate-strategy/

กลุ่มงานเลขานุการคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (2568). คู่มือการดำเนินงานการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา (ก.ต.ป.น.) ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 เอกสาร สพม.บุรีรัมย์ ที่ 22/2568 

สำนักติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ม.ป.ป.) คู่มือคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา (ก.ต.ป.น.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

เมืองแฝก Model 2569: จากวินัยเชิงคุณธรรม สู่ความทะยานอยากทางวิชาการ (The Leap from Character to Competence)

บทบาทผู้นำโรงเรียนเพื่อการเรียนรู้: บทเรียนจาก สพม.บุรีรัมย์สู่การขับเคลื่อนคุณภาพอย่างยั่งยืนตามแนวคิด SLM Summit 2025

ดอกทานตะวันของเพื่อนผู้สันโดษ